ใช่! มันคือกะทิ

image

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

เมื่อ 2-3 ปีก่อน ผมเห็นคลิปๆ หนึ่ง แชร์กันให้ว่อนในเฟซบุ๊ก เป็นนักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเมืองไทย ลักษณะเป็นผู้ชายตัวอ้วนๆ กำลังดูด “กะทิชาวเกาะ” จากกล่อง

คนไทยจำนวนมาก แชร์คลิปนี้กันไปนับหมื่นๆ ครั้ง โดยพาดหัวว่า “เฮ้ย นั่นมันกะทิ!!” แล้วก็เม้นท์กันเป็นที่สนุกสนาน บ้างก็หัวเราะเยาะ ที่เลวร้ายหน่อยก็ออกแนวดูถูกว่าเขา “ไม่ฉลาด”

ความเข้าใจของชาวเน็ตไทยก็คือ นักท่องเที่ยวจีนคนนั้นเข้าใจผิด คิดว่า “น้ำกะทิ” คือ “น้ำมะพร้าว” เลยเผลอซื้อมากิน

ผมเห็นคลิปนี้แล้วถึงกับส่ายหัว ไม่ใช่ส่ายหัวในความบ้องตื้นของนักท่องเที่ยวจีนคนนั้น แต่ส่ายหัวเพราะรู้สึกว่าคนไทยยังต้องเรียนรู้อะไรอีกมาก

เรื่องของเรื่องก็คือ คนจีนเขากิน “น้ำกะทิ” โดยรู้ว่ามันคือ “น้ำกะทิ” ไม่ใช่ “น้ำมะพร้าว” เขากินเพราะชอบกิน ไม่ได้เป็นการเข้าใจผิดแต่อย่างใดทั้งสิ้น

เป็นตัวเราเองนั่นแหละที่ไม่เข้าใจเขา

ขออธิบายนิดหนึ่งนะครับ ผลิตภัณฑ์ประเภทของเหลวจากมะพร้าวในเมืองจีนก็เหมือนกับในเมืองไทย คือแบ่งออกเป็น “น้ำมะพร้าว” (Coconut Water) และ “น้ำกะทิ” (Coconut Milk)

ผมเคยไปกินข้าวกับเพื่อนที่โรงแรมในเมืองจีน เพื่อนผมเห็นคำว่า “Coconut Milk” ในเมนู คิดว่าเป็นน้ำมะพร้าวจึงสั่งมาดื่ม แต่แล้วกลับกลายเป็นกะทิแก้วใหญ่ มีเนื้อมะพร้าวปนมาด้วยนิดหน่อย

เหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมรู้ว่าคนจีนเขาชอบกินกะทิข้นๆ กันจริงๆ ไม่ใช่แค่น้ำมะพร้าวใสๆ

13417594_1097297307002233_2890373192024992959_n

แต่น้ำมะพร้าวคนจีนก็กินนะครับ ไม่ใช่ไม่กิน โดยเฉพาะช่วงหน้าร้อน น้ำมะพร้าวนี่ขายดิบขายดีมากๆ มีทั้งขายเป็นลูกให้ดูดกันสดๆ เหมือนในเมืองไทย (ทว่าราคาไม่เหมือน เพราะที่นั่นลูกละราวๆ 15 หยวน คิดเป็นเงินไทยก็เกือบแปดสิบบาท) หรือจะเป็นน้ำมะพร้าวใส่กล่องขายก็มีอยู่หลายยี่ห้อ ซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป ราคาค่อนข้างแพงเมื่อเทียบกับบ้านเรา ราวๆ สิบกว่าหยวน (ห้าสิบกว่าบาท) ขึ้น

สาระสำคัญของเรื่องนี้ ไม่ได้อยู่ที่น้ำมะพร้าวหรือน้ำกะทิ แต่อยู่ที่การที่คนไทยจำนวนมากโลกทัศน์ยังไม่กว้างพอ ไปหัวเราะเยาะคนจีน บ้างก็ทำเหมือนกับเขาเป็นตัวตลก

… ไม่ใช่แค่เรื่องนี้ แต่กับทุกๆ เรื่อง

หารู้ไม่ว่า ทัศนคติเช่นนี้ นอกจากจะไม่ช่วยสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศแล้ว ยังทำให้เราเสียโอกาสต่างๆ มากมาย

หากคนจีนได้รู้ถึงปรากฏการณ์ “เฮ้ย นั่นมันกะทิ” เขาอาจจะตอบคนไทยกลับไปว่า

“ใช่ มันคือกะทิ และฉันก็ชอบกินมันมากๆ ด้วย เธอนั่นแหละที่ชอบดูถูกฉัน หาว่าฉันไม่รู้ ทั้งที่จริงแล้ว ตัวเธอต่างหากที่ไม่เคยรู้อะไร เธอเลิกหัวเราะเยาะฉัน แล้วเอากะทิมาขายให้ฉันแล้วเอาเงินไปใช้จะดีกว่าไหม”

ลืมตาให้กว้างขึ้น ทำใจให้กว้างขึ้น แล้วจะเข้าใจกันมากขึ้น ความรู้สึกดีๆ ยังรอเราอยู่ โอกาสดีๆ ยังรอเราอยู่อีกเยอะครับ

(ภาพคนดูดดะทิ มาจากทวิตเตอร์ครับ)

Leave a comment