
โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช
ในประเทศจีน แอพพลิเคชั่นสำหรับแชทที่ผู้คนนิยมใช้กัน ไม่ใช่ “ไลน์” (Line) แต่เป็น “วีแชท” (WeChat) หรือที่ภาษาจีนเรียกว่า “เว่ยซิ่น” (微信)
หลายปีที่ผ่านมา วีแชทเข้ามาบุกตลาดเมืองไทย แต่เข้าใจว่ายังไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรนัก เพราะเครือข่ายผู้ใช้ไลน์ขยายไปไกลจนไล่ทันยากแล้ว ไม่ต่างจากญี่ปุ่นและเกาหลีที่คนที่นั่นก็นิยมใช้ไลน์ ส่วนชาติตะวันตกจะหนักไปทาง “ว้อทซ์แอพพ์” (WhatsApp) เสียมากกว่า
ทว่าในเมืองจีน คนที่นั่นต่างใช้วีแชทด้วยกันแทบจะทั้งนั้น สมาร์ทโฟนเกือบทุกเครื่องล้วนมีแอพตัวนี้ โดยมันได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตของผู้คน
คนจีนสมัยใหม่ที่เพิ่งรู้จักกัน ต่างก็ต้องขอแอดวีแชทกันเอาไว้ และในวีแชทของแต่ละคนก็จะมีกรุ๊ปแชทของเพื่อนที่ทำงาน เพื่อนร่วมชั้นเรียน ครอบครัว และอื่นๆ อีกมากมาย เหมือนการใช้ไลน์ของคนไทยไม่มีผิด
ที่ต่างกันก็คือ คนไทยใช้ไลน์เพื่อ “แชท” เป็นหลัก แต่ในการโพสต์ความคิดเห็นหรือรูปภาพบนไทม์ไลน์ เรามักจะไปทำบนเฟซบุ๊ก (Facebook) เสียมากกว่า (ซึ่งที่จริงไลน์ก็โพสต์บนไทม์ไลน์ได้ แต่ไม่ได้รับความนิยมเท่ากับเฟซบุ๊ก)
แต่สำหรับคนจีน วีแชทยังทำหน้าที่แทนเฟซบุ๊กอีกด้วย โดยเป็นเครื่องมือที่คนจีนใช้เขียนแสดงความคิดเห็น รูปภาพ และเรื่องราวต่างๆ (เทียบได้กับ “สเตตัส” ของเฟซบุ๊ก)
ข้อดีประการหนึ่งของวีแชทที่ผมค่อนข้างชอบ คือเรื่อง “ความเป็นส่วนตัว” ที่เหนือกว่าไลน์และเฟซบุ๊ก เช่น หากนาย ก. โพสต์อะไรใน “โมเม้นท์” (Moments) (วีแชทเรียกไทม์ไลน์ว่าโมเม้นท์) แล้วนาย ข.ไปกดไลค์หรือคอมเมนท์ใต้โพสต์นั้น คนอื่นๆ ซึ่งเป็นเฟรนด์กับนาย ก. แต่ไม่ได้เป็นเฟรนด์กับนาย ข. ก็จะไม่เห็นทั้งไลค์และคอมเม้นท์ของนาย ข. ต่างจากเฟซบุ๊กที่แสดงหมด หากไม่เซตเป็นอย่างอื่นไว้
ดังนั้น หากใช้วีแชท เราก็วางใจได้ว่า ไม่ว่าจะเขียนอะไรลงไปก็ตาม จะเป็นโพสต์ในโมเม้นต์ของเราเอง หรือจะไปกดไลค์อะไร หรือจะไป “เม้นท์” โพสต์ใคร คนที่จะเห็น ก็จะมีแต่ “เฟรนด์” ของเราเท่านั้น คนนอกไม่มีทางเห็น (ส่วนจะมี Big Brother คอยดูอยู่หรือไม่ อันนี้ไม่แน่ใจ แต่ถ้าท่านไม่ใช่กลุ่มเป้าหมายของทางการ ก็คงไม่มีใครมายุ่งมั้ง หุหุ)
และแม้จะชื่อ “วีแชท” แต่วีแชทยังทำอะไรได้อีกหลายอย่างที่ไม่ใช่แค่แชท ทั้งการซื้อของออนไลน์ จองตั๋วหนัง ตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ ฯลฯ และที่กำลังมาแรงมากคือ เป็น “ระบบจ่ายเงิน” ที่ชื่อว่า “วีแชทเพย์” (WeChat Pay) ซึ่งกำลังขับเคี่ยวกับระบบอีเพย์เมนท์ “อาลีเพย์” (Alipay) ของกลุ่มอาลีบาบาอย่างเมามันส์
นอกจากนี้ ร้านค้าร้านอาหารทั่วไปต่างก็มีวีแชทเอาไว้ทำโปรโมชั่น โดยให้ลูกค้าสแกนคิวอาร์ไว้รับข่าวสารและเอามาแสดงเพื่อเป็นส่วนลดต่างๆ (เหมือนร้านในเมืองไทยที่มีไลน์ให้แอด) แม้แต่แบรนด์ระดับโลกอย่างพิซซ่าฮัทก็มีวีแชท บางทีก็ให้โปรฯ หนักๆ กันเลยทีเดียว
ผมกับเพื่อนเคยไปกินติ่มซำร้านหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ และได้คูปองลดราคาเป็นกระดาษกลับมาหนึ่งใบ ให้ส่วนลดคิดเป็นเงินไทยร้อยกว่าบาท พอคราวหน้ากลับไปจะใช้ พนักงานกลับบอกว่า “ขอโทษค่ะ คูปองนี้สำหรับจ่ายผ่านวีแชทเพย์เท่านั้น” เราจึงได้แต่มองตากันปริบๆ ด้วยความเสียดาย
อาจกล่าวได้ว่า ทุกวันนี้หากไม่มีวีแชทเพย์ (รวมทั้งอาลีเพย์) คุณแทบจะกลายเป็นพลเมืองชั้นสองในเมืองจีนเลยก็ว่าได้
ผมเคยพูดถึงอิทธิพลของบริษัท “อาลีบาบา” ที่มีต่อชีวิตคนจีน แต่สิ่งหนึ่งที่ แจ็ค หม่า พญามังกรร่างผอมไม่สามารถทำได้ก็คือ การสร้างแอพพลิเคชั่นที่จะมาต่อกรกับวีแชท ซึ่งถึงวันนี้ก็ต้องยอมรับว่าคงไล่ทันยาก เพราะเครือข่ายผู้ใช้ของวีแชทขยายไปไกลถึงไหนต่อไหนแล้ว
โดยสรุป วีแชทกำลังทำในสิ่งที่อาลีบาบาทำ คือพยายามเป็น “แพลตฟอร์มออนไลน์” สำหรับทุกๆ กิจกรรมในชีวิตของคนจีน ซึ่งคงต้องดูกันต่อไปว่าเกมนี้จะจบลงอย่างไร
เพราะผลประโยชน์นั้นมหาศาลยิ่งนัก กับประเทศที่มีประชากร 1,300 ล้านคน อย่างแผ่นดินมังกรแห่งนี้
