ปรากฏการณ์วันสิบเอ็ดคู่ และพลังของอาลีบาบา

800px-Jack_Ma_2008

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช, แฟนพันธุ์แท้ประเทศจีน

ปกติคนจีนจะมีวันหยุดใหญ่ๆ สองครั้งในแต่ละปี ครั้งแรกคือ “เทศกาลตรุษจีน” ช่วงต้นปี ซึ่งอันนี้คนไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้ว โดยจะหยุดยาวกันไปร่วมสิบวัน อีกครั้งหนึ่งที่หยุดยาวกันก็คือ “วันชาติ” ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 7-10 วันเช่นกัน

หลังวันชาติ การค้าขายก็จะเข้าสู่ “โลว์ซีซั่น” คือซบเซาอยู่ระยะหนึ่ง กว่าผู้คนจะกลับมาใช้จ่ายกันอีกทีก็ในช่วงเทศกาลคริสต์มาส ปลายเดือนธันวาคม

ดังนั้น พฤศจิกายนจึงเป็นเดือนหนึ่งที่ยอดขายของธุรกิจห้างร้านต่างๆ รวมทั้งอีคอมเมิร์ซทั้งหลายในจีน ซบเซาเบาบางที่สุดในแต่ละปี

อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบัน เดือนพฤศจิกายนกลับคึกคักขึ้นมา เพราะในวันที่ 11 พ.ย. หรือ “11 เดือน 11” หรือที่คนจีนเรียกว่า “ซวงสืออี” (双十一) อันแปลว่า “สิบเอ็ดคู่” ซึ่งในทางสากลถือเป็น “วันคนโสด” กลับกลายเป็นวันที่คนจีนใช้จ่ายมากที่สุดในรอบปี ฉีกขนบประเพณีเดิมอย่างสิ้นเชิง

ที่มาที่ไปของเรื่องนี้ เกิดจากการที่ หม่า อวิ๋น หรือ “แจ็ค หม่า” พญามังกรร่างผอม ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา เครือบริษัทอีคอมเมิร์ซหมายเลขหนึ่งแห่งแผ่นดินมังกร นำเอาวัน “สิบเอ็ดคู่” มาเป็นวันลดแหลกแจกสะบัด ด้วยการชวนร้านค้าต่างๆ ที่เปิดร้านอยู่ในเว็บ Tmall. com (ทีมอลล์ด็อทคอม) มาลดราคาแบบถล่มทลาย

ก่อนอื่นขอเท้าความถึง Tmall ให้ได้รู้จักกันสักนิดหนึ่งก่อนนะครับ เว็บไซต์ Tmall ภาษาจีนเรียกว่า “เทียนเมา” (天猫) เป็นเว็บอีคอมเมิร์ซแบบ B2C คือเป็นแพลตฟอร์มที่ให้ธุรกิจร้านค้าที่มีแบรนด์เนมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์จีนหรือแบรนด์ต่างชาติมาเปิด “ร้านค้าออนไลน์” ขายสินค้าให้แก่ลูกค้าโดยตรง จึงเปรียบเสมือน “ห้างสรรพสินค้าออนไลน์” ของจีน คล้ายๆ กับ Amazon ของอเมริกา

ทั้งนี้แต่เดิม Tmall เป็นส่วนหนึ่งของ “เถาเป่า” ซึ่งเป็นเว็บไซต์ C2C ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง (คำว่า C2C ก็คือ ผู้ซื้อและผู้ขายที่เป็นคนธรรมดาอย่างเราๆ เอาของมาซื้อขายแลกเปลี่ยนกัน) แบบเดียวกับอีเบย์ของสหรัฐอเมริกา แต่มีส่วนหนึ่งที่เป็น B2C คือเป็นพวกแบรนด์ดังๆ มาเปิดร้านออนไลน์ ใช้ชื่อว่า “เถาเป่ามอลล์” (Taobao Mall)

ต่อมา เถาเป่ามอลล์ เริ่มโดดเด่นและทำรายได้มากขึ้นเรื่อยๆ อาลีบาบาจึงทำการ “สปินออฟ” โดยแยกเว็บออกมาเป็นสแตนด์อโลน ใช้ชื่อว่า Tmall ไม่ขึ้นต่อเถาเป่าอีกต่อไป

ที่ผ่านมา Tmall ประสบความสำเร็จอย่างสูง มีแบรนด์ระดับโลกแทบจะทุกแบรนด์เข้ามาร่วมด้วย ที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยกันก็อย่างเช่น H&M ยูนิโคล ไนกี้ อาดิดาส (อันที่จริงก็ทุกแบรนด์ที่คุณพอจะนึกออกนั่นแหละ)

ถามว่า แล้วไอเดียที่จะทำให้ “วันคนโสด” เป็นวันลดแหลกแจกสะบัดของร้านค้าในเว็บ Tmall เกิดขึ้นได้อย่างไร

คำตอบก็คือ เกิดจากการที่ แจ็ค หม่า ไปได้ยินคนโสดสองคนคุยกันว่า … วันนี้เป็นวันคนโสด เราเองก็ไม่มีครอบครัวมาเป็นภาระอยู่แล้ว สู้เอาเงินไปถลุงหาความสุขกันให้สะใจไปเลยดีกว่า

บทสนทนาสั้นๆ แค่นี้เอง กลายเป็นไอเดียให้พญามังกรร่างผอมตัดสินใจจัดโปรโมชั่น เอาสินค้ามาลดแหลกใน “วันคนโสด” ดังกล่าว

และเมื่ออาลีบาบาริเริ่มโปรเจ็กต์นี้ แบรนด์ระดับโลกทั้งหลายในเว็บ Tmall ต่างก็เอาด้วย โดยเข็นเอาสินค้ามาลดราคาแบบแหลกลาญตั้งแต่ 40-50 เปอร์เซ็นต์ ไปจนถึง 90 เปอร์เซ็นต์ก็มี

และสินค้าที่เอามาลดกันนี่ก็ไม่ใช่ของตกรุ่นหรือขายไม่ออกนะครับ เป็นของใหม่ที่ขายกันอยู่หน้าร้านนั่นแหละ เสื้อตัวเดียวกัน ในช้อปขายอยู่ 300 หยวน พอถึงวันคนโสด เว็บ Tmall กลับลดเหลือแค่ 160 หยวน เจอแบบนี้ ขาช้อปที่ไหนมันจะอดใจไหว

ถามว่าทำไมแบรนด์ดังๆ เหล่านั้นถึงยอมเอาสินค้าตัวเองมาดัมพ์ราคาขนาดนี้ คำตอบก็คือ เขายอมได้กำไรต่อชิ้นน้อยลง แต่ได้วอลุ่มเยอะมาก บรรทัดสุดท้ายแล้วยังไงก็คุ้ม ที่สำคัญ คนที่จัดโปรโมชั่นนี้คืออาลีบาบา ยังไงก็รับประกันได้ว่า “ดัง” แน่นอน

ผมยังจำบรรยากาศเมื่อปีที่แล้วได้ดี เช้าวันที่ 11 เดือน 11 เพื่อนคนไทยของผมที่เมืองจีน วันทั้งวันไม่เป็นอันทำอะไร เอาแต่กดมือถือซื้อของอย่างเมามัน นางบอกผมว่า ช่วงเที่ยงคืนนี่คนเข้าเว็บกันจนเน็ตเดี้ยง คือเครซี่กันขนาดนั้น

และเมื่อดูผลลัพธ์ที่ออกมา ก็ไม่น่าแปลกใจแต่อย่างใด เชื่อไหมครับว่า ในวันที่ 11 เดือน 11 วันเดียว ยอดขายของเว็บ Tmall สูงถึงเก้าหมื่นกว่าล้านหยวน คิดเป็นเงินไทยทะลุ “ห้าแสนล้านบาท”

ย้ำว่า “วันเดียว” เท่านั้น!!

ท่านคิดดูก็แล้วกันนะครับว่ามหัศจรรย์แค่ไหน อย่างที่เมืองไทย เครือเซ็นทรัลทั้งเครือ ยอดขายรวมในปี 2015 อยู่ที่ประมาณสามแสนกว่าล้านบาท ยังน้อยกว่าของเว็บ Tmall “วันเดียว” อยู่หลายขุม

ด้วยยอดขายที่สะเทือนเลื่อนลั่น ทำให้ปัจจุบัน ไม่ใช่เฉพาะ Tmall เท่านั้นที่จัดโปรฯ ลดแหลกในวันคนโสด แต่เว็บอีคอมเมิร์ซของบริษัทอื่นๆ ที่เป็นคู่แข่งกับอาลีบาบาก็ยังต้องจัดโปรโมชั่นกับเขาด้วย ส่งผลให้ “วันสิบเอ็ดคู่” กลายเป็น “วันลดแหลกแห่งชาติ” ของชาวจีนไปเสียแล้ว

จะว่าไป อิทธิพลของอาลีบาบาวันนี้มีมากมายมหาศาล และแทรกซึมเข้าไปในทุกอณูการใช้ชีวิตของคนจีน หาของอะไรไม่ได้ก็ต้องเข้าเว็บ “เถาเป่า” ของอาลีบาบา อยากได้สินค้าแบรนด์ดังๆ ก็ต้องเข้า “Tmall” ของอาลีบาบา จะเรียกแท็กซี่ก็ต้องใช้แอพ “ติตี้ ชูสิง” ที่อาลีบาบาถือหุ้นใหญ่ จะสั่งอาหารก็ต้องเข้าเว็บ “เอ้อเล่อะ” (Ele.me โดยคำว่า เอ้อเล่อะ แปลว่า “หิวแล้ว”) ของอาลีบาบา

และสุดท้าย ไม่ว่าจะซื้อของจากเว็บไหน จะซื้อสินค้าหรือบริการใดๆ ไม่ว่าจะออนไลน์ หรือออฟไลน์ จะไปกินอาหารร้านใหญ่เล็ก จะซื้อตั๋วเครื่องบิน ตั๋วหนัง ตั๋วรถไฟ ยังไงก็ต้องชำระเงินผ่าน “จือฟู่เป่า” (หรือชื่อภาษาอังกฤษคือ Alipay) ของอาลีบาบาด้วยกันทั้งนั้น

จากที่ได้เล่ามาทั้งหมด ท่านคงเห็นแล้วนะครับว่า ปัจจุบันอีคอมเมิร์ซในประเทศจีนเจริญก้าวหน้าไปไกลมาก คนจีนหันมาซื้อสินค้าออนไลน์กันมากมาย และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกปี ส่วนสำคัญมาจากนวัตกรรมของอาลีบาบา นั่นเอง

ดังนั้น บรรดาพ่อค้าคนไทย ไม่ว่าจะเป็นเอสเอ็มอีหรือธุรกิจเล็กใหญ่ หากไม่อยากพลาดโอกาสนี้ ขอให้รีบเรียนรู้ และเอาสินค้าของท่านไปขายให้คนจีนกันดีกว่าไหม

อย่าลืมว่าคนจีนมีความสนใจในสินค้าไทยๆ เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ลูกค้าทางนั้นเขาพร้อม แพลตฟอร์มเขาก็พร้อม เหลือแต่เรานั่นแหละที่ต้องทำตัวให้พร้อม ช่องทางจำหน่ายมีอยู่แล้ว ถ้าของเรามี ของเราดี จงอย่ารีรอ

เงินทองกองอยู่ตรงหน้า ใครมองไกลกว่า ไวกว่า ก็ย่อมจะคว้ามันไปได้ครับ

Leave a comment