เล่าปี่ – ธนาธร : เพราะมองไกลจึงได้ทุกสิ่ง

IMG_7968

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

หลังการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค. 2562  ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปฏิเสธตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยจุดยืนว่าพรรคที่ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับที่ 1 ควรจะได้จัดตั้งรัฐบาล

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นในการเมืองไทย

แม้จะยังไม่มีความชัดเจน ว่าขั้วประชาธิปไตยจะได้จัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ “ฝุ่นตลบ” อย่างที่เป็นอยู่

แต่การออกมาประกาศตัวของธนาธร ทั้งยังเอ่ยปากให้ความชอบธรรมแก่คุณหญิงสุดารัตน์ แห่งพรรคเพื่อไทย ต้องถือเป็นการสร้าง “มาตรฐานใหม่” ให้กับการเมืองไทย

ที่คนมีโอกาสเป็นนายกฯ ขอปฏิเสธไม่รับเกียรตินั้น เพราะไม่ใช่พรรคที่ได้เก้าอี้ ส.ส. มากที่สุด

หลังการเลือกตั้งครั้งนี้ หากหัวหน้าพรรคอันดับ 2-3 หรืออันดับอื่นๆ พยายามหาช่องเป็นนายกฯ

“มาตรฐานธนาธร” จะถูกยกขึ้นมาทันที

หากเปรียบกับเรื่องสามก๊ก พาลให้นึกถึงครั้งที่ “เล่าปี่” ปฏิเสธเมือง “ชีจิ๋ว

เล่าปี่ได้รับการร้องขอจากโตเกี๋ยม เจ้าเมืองชีจิ๋ว ให้มาช่วยป้องกันเมืองที่ถูกโจโฉล้อมไว้ กะจะเผาให้ราบเป็นหน้ากลอง เนื่องจากลูกน้องของโตเกี๋ยมไปปล้นฆ่าโจโก๋ พ่อของโจโฉเข้า โดยที่โตเกี๋ยมไม่ได้รู้เรื่องด้วย

ด้วยความเห็นแก่คุณธรรม เล่าปี่จึงขอยืมกำลังทหารจากกองซุนจ้าน ศิษย์ผู้พี่ ก่อนที่เขาและกวนอู เตียวหุย จะนำทัพบุกฝ่าเข้าไปในชีจิ๋ว และช่วยป้องกันเมืองไว้อย่างแน่นหนา

จากนั้น เล่าปี่ได้เขียนจดหมายเกลี้ยกล่อมโจโฉให้แยกแยะถูกผิด คิดถึงมิตรภาพครั้งเก่า ฝ่ายโจโฉได้รับจดหมายจากเล่าปี่ ทีแรกก็ไม่ยอม แต่แล้วพอทราบข่าวว่าลิโป้จะตลบหลังมาตีเมืองกุนจิ๋ว จึงยอมถอยทัพกลับไป

ชีจิ๋วจึงปลอดภัย ขณะที่เล่าปี่ “ได้หน้า” ไปเต็มๆ

โตเกี๋ยมรู้ข่าวก็ดีใจมาก จัดงานเลี้ยงใหญ่โต ก่อนยื่นตราตั้ง ยกตำแหน่งเจ้าเมืองให้เล่าปี่

เล่าปี่เห็นดังนั้นก็รีบปฏิเสธ บอกว่าตนไม่มีความเหมาะสม พร้อมยืนยันว่าตนเองมาช่วยด้วยความบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้คิดฮุบเมือง

โตเกี๋ยมยังรบเร้าต่อ บอกว่าเล่าปี่เป็นผู้ทรงคุณธรรม อีกทั้งลูกๆ ของตนก็ไม่เอาไหน ฝากฝังบ้านเมืองไม่ได้ ทว่าเล่าปี่ก็ยืนยันไม่ยอมรับ ท่ามกลางความงุนงงของขุนนางและคนใกล้ชิด

รวมแล้ว เล่าปี่ปฏิเสธตราตั้งเจ้าเมืองที่โตเกี๋ยมหยิบยื่นให้ถึงสามครั้ง

สุดท้าย โตเกี๋ยมขอให้เล่าปี่รักษาการณ์ไปพลางก่อน เล่าปี่ก็ยอม แต่แล้ว เจ้าเมืองเฒ่าเกิดป่วยเสียชีวิต

เล่าปี่จึงได้ครองเมืองจริงๆ!!

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการเมืองเป็นเรื่องของ “ภาพลักษณ์”

เล่าปี่มิใช่ไม่อยากได้ชีจิ๋ว เพราะมันคือฐานที่มั่นสำคัญทางภาคกลาง เหมาะอย่างยิ่งกับการปักหลักสร้างตัว

แต่หากคิดรับตำแหน่งแบบ “ฉาบฉวย” ภาพลักษณ์ผู้ทรงคุณธรรมของเขา คง “ไม่เกิด”

หากหวังเป็นใหญ่ “เร็วไป” สุดท้ายคงอยู่ได้ไม่นาน

วันนี้ ธนาธรปฏิเสธตำแหน่งสูงสุด คือนายกรัฐมนตรี ที่เขาเคยบอกว่า “ต้องเป็น” เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศให้ได้

ทว่าถ้ารับเข้าไป ก็จะถูกตั้งคำถามเรื่อง “ความเหมาะสม” และ “เจตนาลึกๆ” ไม่ต่างจากเล่าปี่เมื่อ 1,800 ปีที่แล้ว

ธนาธรเลือกทำอย่างเดียวกับเล่าปี่ คือปฏิเสธลาภยศสรรเสริญตรงหน้า สายตามุ่งทายท้าไปที่เป้าหมายใหญ่

นี่คือวิถีเล่าปี่

นี่คือวิถีธนาธร

มองไกลเท่านั้น จึงได้ทุกสิ่ง


 

image credit : ภาพธนาธร จากพรรคอนาคตใหม่, ภาพเล่าปี่ จาก wikimapia

note: บทความนี้เขียนบนฐานของวรรณกรรมสามก๊กซึ่งเป็นเรื่องแต่ง มิใช่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Leave a comment