โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช
ปลายยุคสามก๊ก สุมาเอี๋ยนถอดฮ่องเต้ราชวงศ์วุย สถาปนาตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ์ ตั้งราชวงศ์จิ้น ได้สมัญญานามว่า พระเจ้าซีโจบู๊ฮ่องเต้ (ต่อไปนี้ขอเรียก พระเจ้าสุมาเอี๋ยน / สุมาเอี๋ยน) ก่อนปราบเมืองเสฉวนและกังตั๋ง รวมแผ่นดินเป็นหนึ่ง
ครั้นครองราชย์ได้ยี่สิบปี พระเจ้าสุมาเอี๋ยนเห็นบ้านเมืองเป็นปึกแผ่นนานเข้าก็เริ่มคลายใจ ทรงย่อหย่อน ไม่ใส่ใจในกิจการงานเมือง ลุ่มหลงมัวเมาในสุรานารี
ต่อมา พระองค์สั่งลดกำลังทหารตามหัวเมืองต่างๆ ด้วยมองว่าไม่จำเป็น แม้ขุนนางทัดทานก็ไม่ฟัง จึงเกิดเป็นโจรผู้ร้ายชุกชุมขึ้น ราษฏรทั้งแผ่นดินเริ่มเดือดร้อนอยู่ไม่เป็นสุขอีกครั้ง
วันหนึ่ง พระเจ้าสุมาเอี๋ยนดำริให้ไปเกณฑ์เอาบุตรีและภรรยาใหญ่น้อยของอดีตพระเจ้าซุนโฮจากเมืองกังตั๋ง รวมจำนวนกว่า 5,000 คน มาไว้ ณ เมืองลกเอี๋ยงเพื่อบำรุงบำเรอความสุข แม้ขุนนางตงฉินพยายามห้ามปราม ว่าถ้าเกณฑ์มาแล้วก็ต้องสร้างที่อยู่ให้แก่นางเหล่านั้น ซึ่งย่อมจะสิ้นเปลืองทรัพยากรมหาศาล แต่สุมาเอี๋ยนก็ให้ไปเกณฑ์มาจนได้
เมื่อต้องใช้ทรัพย์สินมากมายในการสร้างอาคารใหญ่น้อยจำนวนมาก พระองค์จึงดำริให้มีการขายตำแหน่งขุนนาง เพื่อเอาเงินมาเป็นค่าก่อสร้าง พ่อค้าวาณิชย์ที่มั่งมี อยากได้ยศถาบรรดาศักดิ์ ก็เอาเงินมาซื้อยศซื้อตำแหน่ง ฝ่ายข้าราชการขี้ฉ้อก็สบโอกาส เริ่มหาช่องทาง-เส้นสาย หวังไต่เต้า ได้อวยยศ เลื่อนตำแหน่งขึ้นไป ฝ่ายขุนนางตงฉินใจซื่อมือสะอาดเห็นดังนั้นก็พากันท้อถอย ลาออกจากราชการไปมากต่อมาก
เงินส่วนที่เหลือจากการสร้างที่อยู่ให้นางใน แทนที่จะสำรองไว้ในท้องพระคลังเพื่อใช้บริหารบ้านเมือง สุมาเอี๋ยนก็ให้เก็บไว้เลี้ยงดูนางเหล่านั้น
พระเจ้าสุมาเอี๋ยนมักเสพย์สุราจนเมา แล้วเสด็จออกไปเที่ยวเล่นชมสวนดอกไม้ บางวันทรงบรรทมหลับไปในรถพระที่นั่ง ขบวนเสด็จก็ต้องหยุดอยู่อย่างนั้น รอจนพระองค์ตื่น หรือบางครั้งก็กลับเข้าพระราชวังไป
อยู่มาวันหนึ่ง พระองค์ตั้งกฏขึ้นมาว่า “นางไหนรักเราจริง ให้เอากิ่งไม้ปักไว้หน้าเก๋ง เราจะไปอยู่ด้วย” นางทั้งหลายอยากให้ฮ่องเต้เสด็จมาประทับ ก็เอากิ่งไม้ปักที่หน้าเก๋ง ไม่นานนัก เสด็จผ่านเก๋งไหนก็เจอกิ่งไม้ปักอยู่ จึงทรงพระสรวลออกมา ตรัสว่า “ดูสิ มีแต่คนรักเรามากขึ้นทุกที นี่เราไปอยู่แทบไม่ทันแล้ว”
วันหนึ่ง ม้าเทียมรถพระที่นั่งนั้นวิ่งเร็วนัก ทำเอาสนมนางในทั้งหลายวิ่งตามไม่ทัน สุมาเอี๋ยนจึงให้เปลี่ยนม้าเป็นแพะ จะได้เดินช้าลง แล้วทรงบอกพนักงานขับรถว่า ถ้าเห็นแพะเดินช้าก็ไม่ต้องเฆี่ยนตีบังคับ ปล่อยให้มันเดินไปเรื่อย แพะหยุดที่หน้าเก๋งของนางไหน จะเสด็จลงไปอยู่ที่เก๋งของนางนั้น
เหล่านางในรู้เข้า อยากให้ฮ่องเต้เสด็จมาประทับด้วย ก็ปลูกหญ้างามๆ ไว้ที่หน้าเก๋ง เพื่อให้แพะพระที่นั่งหยุดกินหญ้า บ้างก็ทำบ่วงคล้องเท้าแพะไว้ สุมาเอี๋ยนรู้ดังนั้นยิ่งชอบใจ
พระองค์ทรงสำเริงสำราญเช่นนี้เรื่อยมา ยิ่งนานวันยิ่งว่างเว้นจากการออกว่าราชการ บางทีสิบกว่าวันเสด็จออกครั้งหนึ่ง เร็วหน่อยก็ 7-8 วันครั้ง จนกิจการงานเมืองบิดเบือนฟั่นเฟือนไป
เรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป จะวนกลับไปเหมือนยุคปลายราชวงศ์ฮั่นหรือไม่ ติดตามต่อตอนหน้านะครับ
(บทความนี้เจตนาเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ยุคราชวงศ์จิ้น กรุณาอย่าเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบันเป็นอันขาด)

