
โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช
เดี๋ยวนี้ในเมืองจีน เวลาจะจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการอะไรก็ตาม มีอยู่สองวิธีหลักๆ คือ เงินสด กับ อิเล็คทรอนิค ซึ่งวิธีหลังที่นิยมใช้กันก็มีแค่ จือฟู่เป่า กับ วีแชทเพย์ เท่านั้น
ในตอนนี้ขอเล่าถึง จือฟู่เป่า ก่อนนะครับ ชื่อสากลของ จือฟู่เป่า (支付宝) คือ Alipay เป็นบริการอีเพย์เมนท์ ของอาลีบาบา เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซแห่งแผ่นดินมังกรเวลานี้ (เทียบได้กับ PayPal ของอเมริกา)
ผมขอย้อนที่มาที่ไปของจือฟู่เป่าสักเล็กน้อยเพื่อเป็นความรู้ ธุรกิจนี้เป็นไอเดียของ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา โดยก่อนหน้านี้เขาเปิดเว็บอีคอมเมิร์ซแบบ C2C (คือให้บุคคลทั่วมาซื้อขายสินค้ากัน) ที่ชื่อว่า เถาเป่า (淘宝) และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยสามารถเอาชนะ EBay ที่เข้ามารุกตลาดจีนได้อย่างราบคาบ
และด้วยความที่มีการซื้อขายของผ่านเว็บเถาเป่ากันมากมาย อาลีบาบาจึงต้องพัฒนาระบบอีเพย์เม้นท์ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ซื้อจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าผู้ขาย โดยเป็นระบบเดบิต คือลูกค้าต้องเอาเงินใส่บัญชีไว้ก่อน เนื่องจากในเมืองจีนระบบเครดิตค่อนข้างอ่อน ผู้คนไม่นิยมชำระเงินผ่านบัตรเครดิตกัน
ไปๆ มาๆ จือฟู่เป่าได้รับความนิยมในหมู่คนจีนมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะปล่อยให้เป็นระบบชำระเงินของเถาเป่าเพียงอย่างเดียว แจ็ค หม่า จึงดึงจือฟู่เป่าออกมาเป็นสแตนด์อโลน และพัฒนาเพื่อให้ธุรกิจร้านค้าทั่วไปในจีนสามารถชำระเงินผ่านระบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่เว็บเถาเป่าอีกต่อไป
ถึงวันนี้ คนจีนใช้จือฟู่เป่ากันทั้งประเทศ เวลาไปซื้อของไม่ว่าที่ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือจะไปกินอาหาร จองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วหนัง ซื้อสินค้าออนไลน์ ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนจ่ายผ่านจือฟู่เป่าได้ทั้งสิ้น
จะซื้ออะไร ก็แค่เปิดแอพจือฟู่เป่า แล้วยื่นมือถือไปให้ทางร้านเขาสแกนก็เป็นอันเรียบร้อย ไม่ต้องควักแบงก์ควักเหรียญกันให้วุ่นวาย หรือถ้าจะซื้อของออนไลน์ก็คลิกตัดเงินจากบัญชีตัวเองได้เลย
เรียกได้ว่า จือฟู่เป่าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนจีนไปเรียบร้อยแล้ว
และไม่ใช่แค่ในจีน ปัจจุบันในภาวะที่นักท่องเที่ยวจีนทะลักล้นไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองไทย เดี๋ยวนี้ร้านค้าที่เป็นหมุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวจีนอย่างห้างคิงพาวเวอร์ ก็สามารถจ่ายเงินผ่านจือฟู่เป่าได้ ไม่เว้นแม้แต่เซเว่นอีเลฟเว่น ที่ปัจจุบันจ่ายเงินผ่านจือฟู่เป่าได้แล้วเช่นกัน คิดดูก็แล้วกันว่านักท่องเที่ยวจีนจะสะดวกโยธินขนาดไหนเวลามาเที่ยวบ้านเรา ได้ยินว่า แม้กระทั่งร้านอาหารซีฟู้ดบางร้านในภูเก็ต ยังจ่ายเป็นจือฟู่เป่าได้แล้วด้วย
ก็เงินคนจีนมากขนาดนั้นน่ะครับ ใครจะไม่อยากได้
ในส่วนของคนไทยเอง เรายังไม่มีระบบอีเพย์เม้นท์ที่แข็งแกร่งเหมือนกับเมืองจีน แม้จะมีอยู่หลายบริษัท ทว่าแต่ละบริษัทใช้ชำระเงินได้แค่ไม่กี่ที่ ไม่กี่อย่าง จะซื้อของที่นี่ ต้องจ่ายด้วยของบริษัทนี้ จะซื้อของอีกร้าน ต้องจ่ายของอีกบริษัท ยังไม่มีรายไหนที่แข็งแกร่งและครอบคลุมร้านค้าได้หลากหลายจริงๆ
แต่ผมมองว่า สักวันมันต้องมี เพราะในตลาดเทคโนโลยี ความสำคัญอยู่ที่การพัฒนาระบบและสร้างฐานลูกค้า หากเจ้าใดเจ้าหนึ่งสามารถขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์ และทำให้บริการของตัวเองติดตลาดขึ้นมาได้ ร้านค้าก็ต้องอยากเข้าร่วม ลูกค้าก็จะแห่กันมาใช้ และย่อมจะมีผู้ชนะที่โดดเด่นขึ้นมา ส่วนผู้แพ้ก็จะล้มหายตายจากไป ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ช้าก็เร็ว อยู่ที่ว่าเจ้าไหนจะเป็นผู้ชนะเท่านั้นเอง
แต่ที่แอบหวั่นใจอยู่ก็คือ ไม่แน่ว่าอาลีบาบาอาจจะมาซื้อกิจการอีเพย์เม้นท์สักเจ้าในบ้านเรา แล้วเอาระบบของจือฟู่เป่าเข้ามาใช้ (เหมือนที่เคยรุกตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการซื้อเว็บ Lazada) นั่นอาจทำให้อนาคตของอีเพย์เม้นท์เมืองไทยมียักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้เข้ามาเล่นด้วยแบบเต็มตัวก็เป็นได้
อิทธิพลของจีนคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเข้าไปเรื่อยๆ คนไทยเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกันให้ดีๆ ที่สำคัญคือ เราต้องยอมรับความจริงและ “เปิดใจ” มิเช่นนั้นอาจพลาดโอกาสที่จะเก็บเกี่ยวประโยชน์ในเวลาที่มังกรกำลังผงาดโลกอย่างทุกวันนี้

อยากทราบว่า สามารถใช้บัตรATMของไทย ผูกกับแอพของจือฟู่เป่าได้หรือไม่. มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง
ยังทำไม่ได้ครับ