จือฟู่เป่า กระเป๋าเงินของคนจีน

800px-Jack_Ma_2008.jpg

โดย ชัชวนันท์ สันธิเดช

เดี๋ยวนี้ในเมืองจีน เวลาจะจ่ายเงินซื้อสินค้าหรือบริการอะไรก็ตาม มีอยู่สองวิธีหลักๆ คือ เงินสด กับ อิเล็คทรอนิค ซึ่งวิธีหลังที่นิยมใช้กันก็มีแค่ จือฟู่เป่า กับ วีแชทเพย์ เท่านั้น

ในตอนนี้ขอเล่าถึง จือฟู่เป่า ก่อนนะครับ ชื่อสากลของ จือฟู่เป่า (支付宝) คือ Alipay เป็นบริการอีเพย์เมนท์ ของอาลีบาบา เจ้าพ่ออีคอมเมิร์ซแห่งแผ่นดินมังกรเวลานี้ (เทียบได้กับ PayPal ของอเมริกา)

ผมขอย้อนที่มาที่ไปของจือฟู่เป่าสักเล็กน้อยเพื่อเป็นความรู้ ธุรกิจนี้เป็นไอเดียของ แจ็ค หม่า ผู้ก่อตั้งอาลีบาบา โดยก่อนหน้านี้เขาเปิดเว็บอีคอมเมิร์ซแบบ C2C (คือให้บุคคลทั่วมาซื้อขายสินค้ากัน) ที่ชื่อว่า เถาเป่า (淘宝) และประสบความสำเร็จอย่างงดงาม โดยสามารถเอาชนะ EBay ที่เข้ามารุกตลาดจีนได้อย่างราบคาบ

และด้วยความที่มีการซื้อขายของผ่านเว็บเถาเป่ากันมากมาย อาลีบาบาจึงต้องพัฒนาระบบอีเพย์เม้นท์ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ซื้อจ่ายเงินให้แก่ร้านค้าผู้ขาย โดยเป็นระบบเดบิต คือลูกค้าต้องเอาเงินใส่บัญชีไว้ก่อน เนื่องจากในเมืองจีนระบบเครดิตค่อนข้างอ่อน ผู้คนไม่นิยมชำระเงินผ่านบัตรเครดิตกัน

ไปๆ มาๆ จือฟู่เป่าได้รับความนิยมในหมู่คนจีนมากขึ้นเรื่อยๆ แทนที่จะปล่อยให้เป็นระบบชำระเงินของเถาเป่าเพียงอย่างเดียว แจ็ค หม่า จึงดึงจือฟู่เป่าออกมาเป็นสแตนด์อโลน และพัฒนาเพื่อให้ธุรกิจร้านค้าทั่วไปในจีนสามารถชำระเงินผ่านระบบนี้ได้ ไม่ใช่แค่เว็บเถาเป่าอีกต่อไป

ถึงวันนี้ คนจีนใช้จือฟู่เป่ากันทั้งประเทศ เวลาไปซื้อของไม่ว่าที่ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต หรือจะไปกินอาหาร จองโรงแรม จองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วหนัง ซื้อสินค้าออนไลน์ ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนจ่ายผ่านจือฟู่เป่าได้ทั้งสิ้น

จะซื้ออะไร ก็แค่เปิดแอพจือฟู่เป่า แล้วยื่นมือถือไปให้ทางร้านเขาสแกนก็เป็นอันเรียบร้อย ไม่ต้องควักแบงก์ควักเหรียญกันให้วุ่นวาย หรือถ้าจะซื้อของออนไลน์ก็คลิกตัดเงินจากบัญชีตัวเองได้เลย

เรียกได้ว่า จือฟู่เป่าได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนจีนไปเรียบร้อยแล้ว

FullSizeRender 10.jpgและไม่ใช่แค่ในจีน ปัจจุบันในภาวะที่นักท่องเที่ยวจีนทะลักล้นไปยังประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมืองไทย เดี๋ยวนี้ร้านค้าที่เป็นหมุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวจีนอย่างห้างคิงพาวเวอร์ ก็สามารถจ่ายเงินผ่านจือฟู่เป่าได้ ไม่เว้นแม้แต่เซเว่นอีเลฟเว่น ที่ปัจจุบันจ่ายเงินผ่านจือฟู่เป่าได้แล้วเช่นกัน คิดดูก็แล้วกันว่านักท่องเที่ยวจีนจะสะดวกโยธินขนาดไหนเวลามาเที่ยวบ้านเรา ได้ยินว่า แม้กระทั่งร้านอาหารซีฟู้ดบางร้านในภูเก็ต ยังจ่ายเป็นจือฟู่เป่าได้แล้วด้วย

ก็เงินคนจีนมากขนาดนั้นน่ะครับ ใครจะไม่อยากได้

ในส่วนของคนไทยเอง เรายังไม่มีระบบอีเพย์เม้นท์ที่แข็งแกร่งเหมือนกับเมืองจีน แม้จะมีอยู่หลายบริษัท ทว่าแต่ละบริษัทใช้ชำระเงินได้แค่ไม่กี่ที่ ไม่กี่อย่าง จะซื้อของที่นี่ ต้องจ่ายด้วยของบริษัทนี้ จะซื้อของอีกร้าน ต้องจ่ายของอีกบริษัท ยังไม่มีรายไหนที่แข็งแกร่งและครอบคลุมร้านค้าได้หลากหลายจริงๆ

แต่ผมมองว่า สักวันมันต้องมี เพราะในตลาดเทคโนโลยี ความสำคัญอยู่ที่การพัฒนาระบบและสร้างฐานลูกค้า หากเจ้าใดเจ้าหนึ่งสามารถขยายเครือข่ายพาร์ทเนอร์ และทำให้บริการของตัวเองติดตลาดขึ้นมาได้ ร้านค้าก็ต้องอยากเข้าร่วม ลูกค้าก็จะแห่กันมาใช้ และย่อมจะมีผู้ชนะที่โดดเด่นขึ้นมา ส่วนผู้แพ้ก็จะล้มหายตายจากไป ซึ่งผมมองว่าเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นในเมืองไทย ไม่ช้าก็เร็ว อยู่ที่ว่าเจ้าไหนจะเป็นผู้ชนะเท่านั้นเอง

แต่ที่แอบหวั่นใจอยู่ก็คือ ไม่แน่ว่าอาลีบาบาอาจจะมาซื้อกิจการอีเพย์เม้นท์สักเจ้าในบ้านเรา แล้วเอาระบบของจือฟู่เป่าเข้ามาใช้ (เหมือนที่เคยรุกตลาดอีคอมเมิร์ซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยการซื้อเว็บ Lazada) นั่นอาจทำให้อนาคตของอีเพย์เม้นท์เมืองไทยมียักษ์ใหญ่จากจีนรายนี้เข้ามาเล่นด้วยแบบเต็มตัวก็เป็นได้

อิทธิพลของจีนคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวเข้าไปเรื่อยๆ คนไทยเราต้องเตรียมพร้อมรับมือกันให้ดีๆ ที่สำคัญคือ เราต้องยอมรับความจริงและ “เปิดใจ” มิเช่นนั้นอาจพลาดโอกาสที่จะเก็บเกี่ยวประโยชน์ในเวลาที่มังกรกำลังผงาดโลกอย่างทุกวันนี้

2 thoughts on “จือฟู่เป่า กระเป๋าเงินของคนจีน

  1. อยากทราบว่า สามารถใช้บัตรATMของไทย ผูกกับแอพของจือฟู่เป่าได้หรือไม่. มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง

Leave a reply to CheeChud Cancel reply